กำลังโหลดข้อมูล Please wait . . .
 
Please Select Language
พบบ้าน Modern Contemporary ล็อตสุดท้าย ที่ วรารมย์ เชียงใหม่ 2 ทำเล
ก.ย.นี้ รับดอกเบี้ย 0% + ฟรีค่าโอน ที่ลัดดารมย์ วัชรพล-รัตนโกสินทร์ กด ที่นี่เพื่อ อ่านรายละเอียดเพิ่ม
Quick Search
Location
Type
Price

 

บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและให้เช่า โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ชั้น 6และ 7 อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี เลขที่ 1 ถ.สาทรใต้ ทุ่งมหาเมฆ สาทร กรุงเทพฯ 10120 เลขทะเบียนบริษัทมหาชนเลขที่ 131โทรศัพท์ 0-2677-7000 โทรสาร 0-2677-7011 เว็บไซต์ “www.qh.co.th” ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 มีทุนที่ออกและชำระแล้ว 8,477.3ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 8,477.3 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นสามัญที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท


1. ประวัติความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ :บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 1 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2526โดยมีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจรับจ้างก่อสร้างบ้านอย่างครบวงจรบนที่ดินของลูกค้า และเมื่อปี 2533 บริษัทได้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ให้เช่าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ อาคารที่พักอาศัยให้เช่า และอาคารสำนักงานให้เช่า และในเดือนมิถุนายน 2535บริษัทได้เริ่มประกอบธุรกิจขายบ้านพร้อมที่ดินเป็นครั้งแรก

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2534 บริษัทได้รับอนุญาตให้เป็นบริษัทจดทะเบียนและนำหุ้นสามัญเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อมาเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2536 บริษัทได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

ในปี 2540 บริษัทประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจในช่วงวิกฤตการณ์การเงิน หลังจากนั้นในระหว่างปี 2542 - 2543 บริษัทได้ลงนามในสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับธนาคารและสถาบันการเงินและสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้ด้วยดี โดยบริษัทได้ชำระคืนเงินกู้ยืมให้แก่ธนาคารและสถาบันการเงินตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ครบทั้งจำนวนในปี 2548 นอกจากนี้ในปี 2544 บริษัทได้เพิ่มทุนและเสนอขายหุ้นให้แก่ Government of Singapore Investment Corporation Pte Ltd. (GIC) สัดส่วนร้อยละ 20 คิดเป็นมูลค่าหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด 812 ล้านบาท

ในระหว่างปี 2551 – ธันวาคม 2552 บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่มีนัยสำคัญในส่วนที่เกี่ยวกับกลุ่มผู้ถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 4ขึ้นไปของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดดังนี้

ผู้ ถือหุ้น
ณ 4 เม.ย. 2551 ณ 30 ธ.ค. 2551 ณ 11 พ.ค. 2552
จำนวนหุ้น % จำนวนหุ้น % จำนวนหุ้น %
บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) 1,669,172,569 22.6 2,107,539,377 24.86 2,107,539,377 24.86
Government of Singapore Investment Corporation Pte Ltd. 946,070,000 12.8 964,868,300 11.38 951,936,500 11.23
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 1,409,051,114 19.1 627,215,327 7.4 592,956,040 6.99
SOMERS (U.K.) LIMITEDุน 312,520,000 4.2 60,500,000 0.71 169,325,800 2.00

สรุปการ เปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งเหตุการณ์ปัจจุบัน

 

  • ธุรกิจขายบ้าน พร้อมที่ดิน :ปี 2552 บริษัทและบริษัทย่อยได้เปิดขายโครงการบ้านพร้อมที่ดินใหม่จำนวน 7 โครงการ มูลค่าขายโครงการรวมประมาณ 8,438 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการที่เปิดในบริษัทจำนวน 3 โครงการ มูลค่าขายโครงการรวมประมาณ 3,534 ล้านบาท และโครงการที่เปิดโดยบริษัทย่อยจำนวน 4 โครงการมูลค่าขายโครงการรวมประมาณ 4,904 ล้านบาทนอกจากนี้บริษัทและบริษัทย่อยได้มีการชำระเงินจองและเงินโอนซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้นจำนวน 2 โครงการ และส่วนที่ซื้อเพิ่มขยายต่อจากที่ดินเดิมของปี 2551 จำนวน 6 โครงการ รวมเป็นจำนวนเงิน 1,858 ล้านบาท

  • ธุรกิจขาย หน่วยในอาคารชุดพักอาศัย : บริษัทและบริษัทย่อยกำลังอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการห้องชุดพักอาศัยเพื่อขายจำนวน 2 โครงการคือ โครงการคิว หลังสวน และโครงการคิวเฮ้าส์ คอนโดสาทร ซึ่งทั้งสองโครงการคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปี 2553 และโครงการทั้ง 2 แห่งตั้งอยู่ศูนย์กลางธุรกิจและใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ตามลำดับ

  • ธุรกิจอาคาร ที่พักอาศัยให้เช่า ในปี 2552 บริษัทได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมใหญ่อาคารที่พักอาศัยโครงการเซ็นเตอร์พอยท์ สีลมซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในต้นปี 2553 ทั้งนี้ เพื่อให้อยู่ในสภาพดี ทันสมัย สามารถเพิ่มรายได้ และสามารถแข่งขันในตลาดได้

  • หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกัน ครั้งที่ 1/2552 : ในเดือนมีนาคม 2552 บริษัทได้ออกหุ้นกู้อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่19 มีนาคม 2555 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.30 ต่อปี จำนวน 1,300 ล้านบาท และมีอันดับเครดิตหุ้นกู้ A- โดยบริษัททริสเรทติ้ง จำกัด

  • หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกัน ครั้งที่ 2/2552 : ในเดือนกรกฎาคม 2552 บริษัทได้ออกหุ้นกู้ อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 24 กรกฎาคม 2555 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.55 ต่อปี จำนวน 2,500 ล้านบาท และมีอันดับเครดิตหุ้นกู้ A- โดยบริษัททริสเรทติ้ง จำกัด

2. การประกอบธุรกิจ

(ก) ภาพรวมการประกอบธุรกิจของบริษัท บริษัทย่อย และบริษัทร่วม:บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อย และบริษัทร่วมดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและให้ เช่ารวมทั้งร่วมลงทุนในบริษัทอื่น ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้ คือ

1. ธุรกิจขายบ้านพร้อมที่ดิน

2. ธุรกิจขายหน่วยในอาคารชุดพักอาศัย

3. ธุรกิจอาคารที่พักอาศัยให้เช่า(ธุรกิจเซอร์วิส อะพาร์ตเมนต์)

4. ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า

5. ธุรกิจรับจ้างบริหารอาคารสำนักงานและอาคารที่พักอาศัยให้เช่า

6. ธุรกิจการลงทุน

7. ธุรกิจอื่นๆ
(รายละเอียดตามหัวข้อเรื่อง การตลาดและการแข่งขัน ข้อ 1.1 ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ ข้อย่อย ก) ถึง จ))

(ข) นโยบายการแบ่งการดำเนินงานของบริษัท บริษัทย่อยและบริษัทร่วม
บริษัทมีนโยบายแบ่งการทำงานของบริษัทในกลุ่ม ดังนี้

1) บริษัทย่อย
บริษัทได้ลงทุนใน 5 บริษัท ได้แก่

  • บริษัท เดอะ คอนฟิเด้นซ์ จำกัด (เดิมชื่อ “บริษัท เซ็นเตอร์พอยท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด”) ถือหุ้นโดยบริษัท คาซ่า วิลล์จำกัด (เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 100) ในสัดส่วนร้อยละ 100 โดยในปัจจุบันได้ดำเนินธุรกิจรับจ้างบริหารอาคารที่พักอาศัยให้เช่า และอาคารสำนักงานให้เช่า ในปี 2553 บริษัท เดอะ คอนฟิเด้นซ์ จำกัด มีแผนขยายการลงทุนในธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ได้แก่ บ้านพร้อมที่ดินเพื่อขาย และหน่วยในอาคารชุดพักอาศัยเพื่อขายที่มีมูลค่าต่อหน่วยประมาณ 2-3 ล้านบาท
  • บริษัท คิว.เอช. แมเนจเม้นท์ จำกัด (บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 81 และส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 19 ถือโดยบริษัทเดอะ คอนฟิเด้นซ์ จำกัด (เดิมชื่อ “บริษัท เซ็นเตอร์พอยท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด”) เพื่อดำเนินธุรกิจรับบริหารงานสาธารณูปโภคโครงการบ้านของบริษัท โดยเริ่มดำเนินธุรกิจในไตรมาส 2 ปี 2546
  • บริษัท คาซ่า วิลล์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 โดยแรกเริ่มมีวัตถุประสงค์เพื่อรับจ้างบริหารอาคารสำนักงาน โดยในปี 2548 บริษัทย่อยดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการพัฒนาบ้านพร้อมที่ดินเพื่อขาย โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าบ้านเดี่ยวและบ้านทาวน์เฮ้าส์ที่อยู่ในระดับราคา 4 - 6 ล้านบาท และปี 2551 บริษัทย่อยดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการพัฒนาหน่วยในอาคารชุดพักอาศัยเพื่อขาย
  • บริษัท คิว.เอช. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 โดยมีวัตถุประสงค์ให้เช่าอาคารที่พักอาศัย รับจ้างบริหารอาคาร และเพื่อลงทุนในบริษัทต่างๆ
  • บริษัท คิว.เอช. อินเตอร์เนชั่นแนล (บีวีไอ) จำกัด ซึ่งถือหุ้นโดยบริษัท คิว.เอช. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 100 โดยบริษัท คิว.เอช. อินเตอร์เนชั่นแนล (บีวีไอ) จำกัด ได้เข้าลงทุนในบริษัท ฮาเบอร์วิว จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจโรงแรม และอาคารสำนักงานให้เช่าในเมืองท่าไฮฟง ประเทศเวียดนาม โดยถือหุ้นอยู่ในบริษัทดังกล่าวในสัดส่วนร้อยละ 14.15

 

2) บริษัทร่วม
บริษัทได้ลงทุนในบริษัทร่วม 3 บริษัท และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 1 กองทุน ได้แก่

  • บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัทลงทุนระยะยาวโดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 20.42 ประกอบธุรกิจให้บริการและจำหน่ายสินค้า วัสดุก่อสร้าง ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีความหลากหลายของสินค้าแบบครบวงจร โดยใช้นโยบายการตลาด One Stop Shopping Home Centre ทำให้ผู้ซื้อได้สินค้าครบถ้วน โดยมีสินค้าให้เลือกหลากหลายมากกว่า 60,000 รายการ รวมถึงให้บริการออกแบบห้องต่างๆ บริการจัดส่ง บริการจ้างผู้รับเหมาและบริการสั่งซื้อพิเศษ นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดสร้างศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์
    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด(มหาชน) มีสาขาที่เปิดดำเนินการรวมจำนวน 35สาขาทั่วประเทศ โดยแต่ละสาขาของบริษัทจะตั้งอยู่ในทำเลที่มีผู้อาศัยอยู่หนาแน่น ใกล้หมู่บ้านและผู้ซื้อมีความสะดวกในการเดินทางไปซื้อสินค้า รูปแบบการจัดแบ่งสินค้าจะเหมือนกันทุกสาขา โดยเน้นที่ความสะดวกในการเลือกซื้อ บริษัทโฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) จะมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีบ้านของตนเอง อยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ และผู้รับเหมาที่รับจ้างก่อสร้างทั่วๆ ไป
  • บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่น โปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัทและบริษัทย่อย (บริษัท คิว.เอช. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด)ถือหุ้นรวมกันในสัดส่วนร้อยละ 25.78 โดยบริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่น โปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจการผลิตและจำหน่ายวัสดุคอนกรีตมวลเบา (Autoclaved Aerated Concrete-AAC) โดยผลิตและจำหน่ายเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้านที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ได้แก่ บล็อก แผ่นผนัง แผ่นพื้น แผ่นหลังคา ทับหลังช่องเปิด ขั้นบันได รวมทั้งอุปกรณ์ยึดติดระหว่างก้อนหรือระหว่างแผ่น ปูนก่อและ ปูนฉาบ ปัจจุบันบริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่น โปรดัคส์จำกัด (มหาชน) จำหน่ายสินค้าให้แก่ลูกค้าโดยตรงเป็นส่วนใหญ่ และมีตัวแทนจำหน่ายตามภาคต่างๆ เช่น ภาคใต้ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ลูกค้าของบริษัทมีหลายประเภท ได้แก่ ผู้รับเหมาก่อสร้าง เจ้าของโครงการและลูกค้าทั่วไป
  • บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25.71) ได้ลงทุนระยะยาวในธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100.0 ซึ่งประกอบธุรกิจธนาคารเพื่อรายย่อย โดยให้บริการเกี่ยวกับเงินฝาก สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่อบุคคล
  • กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์ ซึ่งบริษัทลงทุนระยะยาวโดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25.66 ประกอบธุรกิจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าและได้รับจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ประเภทไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุน มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำนวน 7,970 ล้านบาท ทรัพย์สินที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ควอลิตี้ เฮ้าส์ ได้ลงทุน ได้แก่ โครงการอาคารสำนักงานให้เช่าภายใต้ชื่อโครงการคิวเฮ้าส์ลุมพินี โครงการคิวเฮ้าส์ เพลินจิต และโครงการเวฟ เพลส

 

3) บริษัทอื่น
ได้แก่ บริษัท ฮาเบอร์ วิว จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานให้เช่าในเมืองท่าไฮฟง ประเทศเวียดนาม โดยเดิมบริษัท คิว.เอช.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (บีวีไอ) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้ถือหุ้นร้อยละ 21 ปัจจุบันสัดส่วนการถือหุ้นได้ลดลงเหลือร้อยละ14.15 สาเหตุจากบริษัทไม่ได้ทำการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท ฮาเบอร์ วิว จำกัด ที่เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน เนื่องจากเห็นว่าบริษัทดังกล่าวมีผลประกอบการขาดทุนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

(ค) เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ
ปัจจุบันบริษัทและบริษัทย่อยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ คือ ธุรกิจขายบ้านพร้อมที่ดินและหน่วยในอาคารที่พักอาศัยธุรกิจอาคารที่พักอาศัยให้เช่า(ธุรกิจเซอร์วิส อะพาร์ตเมนต์) และธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ซึ่งนโยบายการดำเนินธุรกิจหลักในช่วงระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า (ปี 2553 - ปี 2555) บริษัทและบริษัทย่อยยังคงมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจขายบ้านพร้อมที่ดินและหน่วยในอาคารชุดพักอาศัยเนื่องจากเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้สูงและสามารถหมุนกลับมาเป็นเงินสดหรือชำระคืนเงินทุนได้เร็ว ส่งผลให้สามารถเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและลดภาระหนี้ได้เร็ว รวมทั้งบริษัทมีนโยบายให้บริษัทย่อยขยายการลงทุนในธุรกิจขายบ้านพร้อมที่ดินและหน่วยในอาคารชุดพักอาศัยในระดับราคา2-3 ล้านบาท เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางทางธุรกิจและการเติบโตของยอดขายของบริษัทและบริษัทย่อย

  • |