เรียน ท่านผู้ถือหุ้น
ในปี 2552 ภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทยโดยรวมชะลอตัวลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลกการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 และปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทยได้ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทยถดถอย อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2552 เศรษฐกิจประเทศไทยมีสัญญาณการฟื้นตัว ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐบาลที่ช่วยสนับสนุนให้ความเชื่อมั่นของผู้ผลิตและผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น แต่ยังคงมีความเปราะบางจากปัจจัยความเสี่ยงภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ปัญหาการระงับการลงทุนโครงการในเขตมาบตาพุต และปัญหาความไม่สงบทางการเมืองภายในประเทศไทยที่ยังยืดเยื้ออย่างไรก็ตาม ปี 2552 บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัทและบริษัทย่อย”) ยังคงมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้นขณะที่รายได้จากธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ลดลง ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
ในปี 2552 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลการดำเนินงานจากธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยมียอดโอนขายบ้านเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยรวมทุกโครงการต่ำกว่าปีก่อน ส่วนธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทได้ปิดห้องพักบางส่วนของโครงการเซ็นเตอร์ พอยต์ สีลม เพื่อปรับปรุงสภาพห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางของโครงการให้ดีขึ้น ประกอบกับวิกฤติเศรษฐกิจโลก การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 และปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทย ส่งผลให้นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาคารที่พักอาศัยให้เช่าสำหรับชาวต่างชาติ
I. รายได้จากการดำเนินงานแยกตามประเภทธุรกิจ
บริษัทและบริษัทย่อยมีผลการดำเนินงานของธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทมียอดขายบ้านจากโครงการลัดดารมย์เพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยรวมทุกโครงการสูงขึ้น ทั้งนี้เพราะโครงการบ้านส่วนใหญ่เป็นโครงการใหม่ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีและ มีความต้องการซื้อบ้านของผู้บริโภคสูง ส่วนธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นมีรายได้ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปี ก่อน ทั้งนี้เพราะธุรกิจอาคารที่พักอาศัยให้เช่าได้มีการปิดห้องพักบางส่วนของ โครงการเซ็นเตอร์ พอยท์ สีลม เพื่อปรับปรุงสภาพห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางของโครงการให้ดีขึ้นและปัญหา ความไม่สงบทางการเมืองภายในประเทศ ส่วนธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่าโครงการคิวเฮ้าส์ สาทร มีลูกค้าเช่าพื้นที่รายใหญ่ได้ครบอายุสัญญาเช่าและขอคืนพื้นที่เช่าในปี 2551 ซึ่งบริษัทและบริษัทย่อยสามารถสรุปรายได้จากการดำเนินงานเป็นตารางเปรียบ เทียบตามประเภทธุรกิจได้ดังต่อไปนี้
(หน่วย : ล้านบาท)
|
2552 |
2551 |
ผล แตกต่าง |
ผล แตกต่าง
(%) |
| ราย ได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดิน |
10,244.9 |
9,445.7 |
799.2 |
8.5 |
| ราย ได้จากการขายหน่วยในอาคารชุดพักอาศัย |
- |
4.4 |
(4.4) |
(100.0) |
ราย ได้จากค่าเช่าพื้นที่ในอาคาร
สำนักงานและค่าบริการ |
285.5 |
280.2 |
5.3 |
1.9 |
ราย ได้จากค่าเช่าพื้นที่ในอาคาร
พักอาศัยและค่าบริการ |
824.6 |
889.9 |
(65.3) |
(7.3) |
| ราย ได้อื่น |
192.3 |
96.1 |
96.2 |
100.1 |
| รวมรายได้ |
11,547.3 |
10,716.3 |
831.0 |
7.8 |
สรุปบริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมสำหรับปี 2552 และ 2551 จำนวน 11,547.3 ล้านบาท และ 10,716.3 ล้านบาทตามลำดับ เพิ่มขึ้นจำนวน831.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 เมื่อเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานงวดเดียวกันของปี 2551 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1. รายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดิน ในปี 2552 เพิ่มขึ้นจำนวน 799.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551เนื่องจากตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ของปี 2552 สภาพตลาดการขายอสังหาริมทรัพย์ได้ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองจึงส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศจากผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจโลกเริ่มมีการปรับตัวดีขึ้น จึงส่งผลให้ยอดขายบ้านปีนี้เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อน
ในปี 2552 บริษัทและบริษัทย่อยได้ปิดโครงการบ้านเก่าจำนวน 7 โครงการ และเปิดโครงการบ้านใหม่จำนวน 7 โครงการ โดยมีรายละเอียดโครงการบ้านเปิดใหม่ ดังนี้
-
โครงการลัดดารมย์ วัชรพล A เปิดในไตรมาส 1
-
โครงการคาซ่าวิลล์ พระรามสอง 2 เปิดในไตรมาส 1
-
โครงการคาซ่าซิตี้ เอกมัย-รามอินทรา นวลจันทร์ 2 เปิดในไตรมาส 1
-
โครงการลัดดารมย์ วัชรพล-รัตนโกสินทร์ เปิดในไตรมาส 2
-
โครงการคาซ่า Grand ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ เปิดในไตรมาส 3
-
โครงการคาซ่า Grand รัตนาธิเบศร์-ราชพฤกษ์ เปิดในไตรมาส 3
-
โครงการพฤกษ์ภิรมย์ Regent ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์ เปิดในไตรมาส 4
2. รายได้จากการขายหน่วยในอาคารชุดพักอาศัย ในปี 2552 บริษัทไม่มียอดขายหน่วยในอาคารชุดพักอาศัยของโครงการสาทรเฮ้าส์ทำให้ยอดขายลดลงเป็นจำนวนเงิน 4.4 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 100 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 แต่อย่างไรก็ตามบริษัทและบริษัทย่อยกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการอาคารชุดพักอาศัยเพื่อขายจำนวน 2 โครงการ คือ โครงการคิวเฮ้าส์ คอนโด สาทร และโครงการคิว หลังสวนมูลค่าขายรวม 2 โครงการ ประมาณ 5,810 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้จากการขายและโอนในไตรมาส 1 และไตรมาส 3 ของปี 2553ตามลำดับ โดยโครงการคิวเฮ้าส์ คอนโด สาทร ได้เปิดให้ลูกค้าจอง และวางเงินมัดจำตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2552 ซึ่ง ณ สิ้นปีมีลูกค้าจองและวางเงินมัดจำแล้วร้อยละ 82 ของหน่วยในอาคารชุดพักอาศัยทั้งหมด
3. รายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงานและค่าบริการที่เกี่ยวข้อง ในปี 2552 เพิ่มขึ้นจำนวน 5.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 เนื่องจากในปี 2552 ราคาค่าเช่าพื้นที่และอัตราการเช่าพื้นที่โครงการคิวเฮ้าส์ สาทรปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี2552 และบริษัทมีรายได้ค่าบริการพื้นที่เช่าโดยรวมปรับตัวดีขึ้น
4. รายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในอาคารพักอาศัยและค่าบริการที่เกี่ยวข้อง ในปี 2552 ลดลงจำนวน 65.3 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 7.3เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 เนื่องจากในปี 2552 อัตราการเข้าพักอาศัยของลูกค้าและอัตราค่าเช่าโดยเฉลี่ยลดลง จากผลกระทบของปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลก การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และปัญหาความรุนแรงของการประท้วงทางการเมืองในเขตกรุงเทพมหานครในเดือนเมษายน 2552 ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวและการเดินทางของชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยให้มีจำนวนลดลง นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมใหญ่ห้องพักอาศัยบางส่วนของอาคารเซ็นเตอร์พอยท์ สีลม โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ดังนั้น จึงทำให้รายได้ของธุรกิจอาคารพักอาศัยให้เช่าและค่าบริการที่เกี่ยวข้องลดลง
5. รายได้อื่น ในปี 2552 เพิ่มขึ้นจำนวน 96.2 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 100.1 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 เนื่องจากในปี 2552 บริษัทมีกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 74.4 ล้านบาท และการบันทึกกลับรายการค่าเผื่อค่าใช้จ่ายการรับประกันกำไรสุทธิที่ตั้งสูงไปของโครงการอาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินีที่จำหน่ายให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์เป็นจำนวน 25.5 ล้านบาท
II. ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
ปี 2552 บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 452.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 87.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.8เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 โดยบริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 4 แห่ง ตามรายละเอียด ดังนี้ คือ
(Unit : Million baht)
|
2552 |
2551 |
ผลแตกต่าง |
ผลแตกต่าง(%) |
| บมจ. โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ |
242.6 |
203.0 |
39.6 |
19.5 |
| กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์ |
111.5 |
105.6 |
5.9 |
5.6 |
| บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)1/ |
92.5 |
64.9 |
27.6 |
42.5 |
| บมจ. ควอลิตี้ คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ |
6.2 |
(7.8) |
14.0 |
(179.5) |
| Total |
452.8 |
365.7 |
87.1 |
23.8 |
หมายเหตุ : 1/ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2552 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯมีมติรับทราบเกี่ยวกับดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนโดยตรงในหุ้นสามัญของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) เป็นการลงทุนผ่านบริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ปจำกัด (มหาชน)
III. ต้นทุนขายแยกตามประเภทธุรกิจ
(Unit : Million baht)
|
2551 |
2550 |
ผล แตกต่าง |
ผล แตกต่าง (%) |
| ต้น ทุนการขายบ้านพร้อมที่ดิน |
7,206.7 |
6,343.0 |
863.7 |
13.6 |
| ต้น ทุนการขายห้องชุดพักอาศัย |
- |
2.5 |
(2.6) |
(100.0) |
ต้น ทุนค่าเช่าและค่าบริการที่เกี่ยวข้อง
- อาคารสำนักงาน |
160.3 |
153.7 |
6.6 |
4.3 |
ต้น ทุนค่าเช่าและค่าบริการที่เกี่ยวข้อง
- อาคารพักอาศัย |
611.3 |
616.1 |
(4.8) |
(0.8) |
| รวมต้นทุนขาย |
7,978.3 |
7,115.3 |
862.9 |
12.1 |
ต้นทุนขายรวมของปี 2552 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2551 จำนวน 862.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.1 เนื่องจาก
-
ต้นทุนขายบ้านพร้อมที่ดินเพิ่มสูงขึ้นตามยอดโอนขายบ้านที่เพิ่มขึ้นจำนวน 863.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.6
-
ต้นทุนขายหน่วยในอาคารชุดพักอาศัยลดลงจำนวน 2.6 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 100.0 เนื่องจากบริษัทไม่มียอดขายหน่วยในอาคารชุดพักอาศัยส่วนที่เหลือของโครงการสาทรเฮ้าส์
-
ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการอาคารสำนักงานให้เช่าเพิ่มขึ้นจำนวน 6.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 เนื่องจากบริษัทมีการปรับปรุงพื้นที่เช่าในส่วนที่ลูกค้ารายใหญ่ย้ายออกจากพื้นที่ 2 โครงการ คือ โครงการอาคารสำนักงานให้เช่าสาทร และอาคารสำนักงานให้เช่าอโศก
-
ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการอาคารที่พักอาศัยให้เช่าที่ลดลงจำนวน 4.8 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 0.8 เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยมีค่าเสื่อมราคาของระบบสาธารณูปโภคและอุปกรณ์ลดลงตามอายุการตัดค่าเสื่อมราคาที่หมดไปจำนวน 17.4 ล้านบาท ขณะที่ ต้นทุนค่าเช่าอาคารและบริการอื่นเพิ่มขึ้น 12.6 ล้านบาท
IV. ค่าใช้จ่าย
(หน่วย : ล้านบาท)
|
2551 |
2550 |
ผล แตกต่าง |
ผล แตกต่าง (%) |
| ค่า ใช้จ่ายในการขาย |
379.8 |
545.3 |
(165.5) |
(30.4) |
| ค่า ใช้จ่ายในการบริหาร |
962.6 |
945.0 |
17.6 |
1.9 |
| ค่า เผื่อผลเสียหายจากการค้ำประกัน |
68.2 |
63.9 |
4.3 |
6.7 |
| ค่า เผื่อผลเสียหายจากคดีฟ้องร้อง |
- |
26.0 |
(26.0) |
(100.0) |
| ค่า เผื่อค่าใช้จ่ายจากการรับประกันกำไรสุทธิของโครงการ |
- |
53.7 |
(53.7) |
(100.0) |
| ค่า ใช้จ่ายทางการเงิน |
270.7 |
209.4 |
61.3 |
29.3 |
| ภาษี เงินได้นิติบุคคล |
624.7 |
565.7 |
59.0 |
10.4 |
1. ค่าใช้จ่ายในการขาย ในปี 2552 ลดลงจำนวน 165.5 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 30.4 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและโฆษณาลดลงจำนวน 99.5 ล้านบาท เพราะในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2551 บริษัทได้มีการออกโฆษณาองค์กรผ่านสื่อโทรทัศน์ภาษีธุรกิจเฉพาะและค่าธรรมเนียมโอนบ้านลดลงจำนวน 66.8 ล้านบาท ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะจากอัตราร้อยละ 3.3 เป็นอัตราร้อยละ 0.11 และลดอัตราค่าธรรมเนียมโอนที่ดินจากอัตราร้อยละ 2 เป็นอัตราร้อยละ 0.01และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2551 ค่าส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้นจำนวน 8.8 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายในการขายอื่นลดลงจำนวน 8.0 ล้านบาท
2. ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ในปี 2552 เพิ่มขึ้นจำนวน 17.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 เนื่องจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มขึ้นจำนวน 39.5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายซ่อมแซมสาธารณูปโภคโครงการและค่าใช้จ่ายบริการหลังการขายลดลงจำนวน3.3 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายสำนักงานลดลงจำนวน 8.6 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายการดำเนินงานอื่นลดลงจำนวน 10.0 ล้านบาท
3. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร ในปี 2552 เพิ่มขึ้นจำนวน 4.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 เนื่องจากได้มีการกำหนดค่าตอบแทนและค่าเบี้ยประชุมกรรมการชุดต่างๆใหม่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2552 ตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2552 รวมทั้งโบนัสกรรมการที่เพิ่มขึ้นตามผลประกอบการบริษัทที่เพิ่มขึ้น
4. ค่าเผื่อผลเสียหายจากการค้ำประกันเงินกู้ยืม ในปี 2552 บริษัทไม่มีการตั้งค่าใช้จ่ายสำหรับหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากการค้ำประกันเงินกู้ยืมของบริษัท ฮาเบอร์ วิว จำกัด ตามสัดส่วนการลงทุนซึ่งเท่ากับร้อยละ 50 ของภาระหนี้สินที่บริษัทดังกล่าวมีอยู่กับธนาคารแห่งหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจาก ณ สิ้นปี 2551 บริษัทได้บันทึกสำรองหนี้สินดังกล่าวเต็มจำนวนแล้วในงบดุล
5 ค่าเผื่อค่าใช้จ่ายจากการรับประกันกำไรสุทธิของโครงการ ในปี 2552 ลดลงจำนวน 53.7 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 100เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 เนื่องจากบริษัทย่อยได้ตั้งค่าเผื่อค่าใช้จ่ายจากการรับประกันรายได้สุทธิของโครงการคิวเฮ้าส์ ลุมพินีต่อกองทุนรวมอสังหา-ริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์ครบถ้วนแล้วในปี 2551 ดังนั้นในปี 2552 บริษัทย่อยจึงไม่มีการตั้งค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพิ่มเติมและ ณ สิ้นปี 2552 บริษัทย่อยจะครบกำหนดสัญญาการรับประกันกำไรสุทธิของโครงการดังกล่าว
6. ค่าใช้จ่ายทางการเงิน ค่าใช้จ่ายทางการเงินประกอบด้วยดอกเบี้ยจ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งในปี 2552เพิ่มขึ้นจำนวน 61.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.3 เนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกของปี 2552 บริษัทและบริษัทย่อยได้ชะลอการพัฒนาโครงการบ้านสำหรับที่ดินแปลงใหม่ที่ซื้อมา เพื่อบริหารให้จำนวนสินค้าคงคลังบ้านของบริษัทและบริษัทย่อยมีจำนวนที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในขณะนั้น ดังนั้น บริษัทและบริษัทย่อยจึงไม่สามารถบันทึกดอกเบี้ยจ่ายที่เกิดขึ้นบางส่วนเข้าเป็นต้นทุนที่ดินดังกล่าว
7. ภาษีเงินได้นิติบุคคล ในปี 2552 เพิ่มขึ้นจำนวน 59.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.4 จากงวดเดียวกันของปี 2551 เนื่องจากผลกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยที่ดีขึ้น ประกอบกับบริษัทและบริษัทย่อยต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลล่วงหน้าสำหรับเงินจองและเงินรับล่วงหน้าค่าจองซื้อหน่วยในอาคารชุดพักอาศัยโครงการคิวเฮ้าส์ คอนโด สาทร เป็นจำนวนเงิน 32.1 ล้านบาท
กลับด้านบน
V. กำไรสุทธิ
(หน่วย : ล้านบาท)
|
2552 |
2551 |
ผล แตกต่าง
|
ผล แตกต่าง (%) |
| กำไร สุทธิ |
1,715.8 |
1,557.6 |
158.2 |
10.2 |
บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิในปี 2552 เพิ่มขึ้นจำนวน 158.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.2 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 ตามเหตุผลและรายละเอียดที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
VI. ฐานะทางการเงิน
(หน่วย : ล้านบาท)
|
31 ธ.ค. 2552 |
31 ธ.ค. 2551 |
ผล แตกต่าง |
ผล แตกต่าง (%) |
| สินทรัพย์ รวม |
28,257.8 |
28,810.7 |
(552.9) |
(1.9) |
| หนี้สิน รวม |
15,754.3 |
17,313.9 |
(1,559.6) |
(9.0) |
| ส่วน ของผู้ถือหุ้นรวม |
12,503.5 |
11,496.8 |
1,006.7 |
8.8 |
-
ฐานะ การเงิน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมและหนี้สินรวมลดลงจากปี 2551(ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551) จำนวน552.9 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 1.9 และ จำนวน 1,559.6 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 9.0 เนื่องจากในช่วงครึ่งแรกของปี 2552 บริษัทและบริษัทย่อยได้มีการชะลอการซื้อที่ดิน และการพัฒนาโครงการบ้านสำหรับที่ดินแปลงใหม่ เพื่อควบคุมการลงทุนในการพัฒนาโครงการบ้าน ให้จำนวนสินค้าบ้านคงเหลือของบริษัทและบริษัทย่อยมีจำนวนที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงระยะเวลานั้น
-
ส่วน ของผู้ถือหุ้น
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้นจากปี 2551(ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551) จำนวน 1,006.7 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8 เนื่องจาก
- บริษัทมียอดกำไรสุทธิสำหรับปี 2552 จำนวน 1,715.8 ล้านบาท
- บริษัทมีส่วนเกินทุน (ส่วนต่ำ) จากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนลดลงจำนวน 31.0 ล้านบาท
- ในเดือน พฤษภาคม 2552 บริษัทได้จ่ายเงินปันผลจำนวน 678.1 ล้านบาท จากกำไรสุทธิปี 2551 ตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2552
Go to top
VII. สรุปการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญในรอบปีที่ผ่านมา
-
ธุรกิจขายบ้าน พร้อมที่ดิน ปี 2552 บริษัทและบริษัทย่อยได้เปิดขายโครงการบ้านพร้อมที่ดินใหม่จำนวน 7 โครงการ มูลค่าขายโครงการรวมประมาณ 8,438.0 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการที่เปิดในบริษัทจำนวน 3 โครงการ มูลค่าขายโครงการรวมประมาณ 3,534.0 ล้านบาทและโครงการที่เปิดโดยบริษัทย่อยจำนวน 4 โครงการมูลค่าขายโครงการรวมประมาณ 4,904.0 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทและบริษัทย่อยได้มีการชำระเงินจองและเงินโอนซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้นจำนวน 2 โครงการ และส่วนที่ซื้อเพิ่มขยายต่อจากที่ดินเดิมของปี 2551 จำนวน 6 โครงการ รวมเป็นจำนวนเงิน 1,857.9 ล้านบาท
-
ธุรกิจขาย หน่วยในอาคารชุดพักอาศัย บริษัทและบริษัทย่อยกำลังอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการห้องชุดพักอาศัยเพื่อขายจำนวน 2 โครงการคือ โครงการคิวเฮ้าส์คอนโด สาทร และโครงการคิว หลังสวน มีมูลค่ารวมทั้ง 2 โครงการเป็นจำนวน 5,810.0 ล้านบาท โดยโครงการคิวเฮ้าส์คอนโด สาทร ได้เปิดให้มีการจองและวางเงินมัดจำแล้วเมื่อไตรมาส 2 ของปี 2552 สรุปยอดจองหน่วยในอาคารชุดพักอาศัยณ สิ้นปี 2552 เท่ากับร้อยละ 82.4 และคาดว่าจะรับรู้รายได้จากการโอนของทั้ง 2 โครงการในเดือนมีนาคม 2553 และ ไตรมาส 3ของปี 2553 ตามลำดับ
-
ธุรกิจอาคาร ที่พักอาศัยให้เช่า ในปี 2552 บริษัทได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมใหญ่อาคารที่พักอาศัยโครงการเซ็นเตอร์พอยท์ สีลม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในไตรมาส 1 ของปี 2553 ทั้งนี้ เพื่อให้อยู่ในสภาพดี ทันสมัย สามารถเพิ่มรายได้ และสามารถแข่งขันในตลาดได้โดยดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมแบ่งเป็นส่วนๆ เพื่อให้กระทบต่อลูกค้าภายในอาคารและรายได้ของบริษัทน้อยที่สุด
-
หุ้นกู้ไม่ ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกัน ครั้งที่ 1/2552 ในเดือนมีนาคม 2552 บริษัทได้ออกหุ้นกู้อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 19มีนาคม 2555 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.3 ต่อปี จำนวน 1,300.0 ล้านบาท มีอันดับเครดิตหุ้นกู้ A- โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด
-
หุ้นกู้ไม่ ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกัน ครั้งที่ 2/2552ในเดือนกรกฎาคม 2552 บริษัทได้ออกหุ้นกู้ อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 24กรกฎาคม 2555 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.55 ต่อปี จำนวน 2,500.0 ล้านบาท และมีอันดับเครดิตหุ้นกู้ A- โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด
ในปี 2553 บริษัทและบริษัทย่อยมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงของฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยให้มีเสถียรภาพและเหมาะสมตามภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนจากปัญหาทางการเมืองในประเทศและจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก ด้วยการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน การลดต้นทุน แต่ยังคงรักษาคุณภาพสินค้าและคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายต่างๆที่ไม่จำเป็น เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสูงสุดให้แก่บริษัท บริษัทย่อย และผู้ถือหุ้น ในขณะเดียวกันก็มิได้ละเลยความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน นอกจากนี้ บริษัทและบริษัทย่อยมีนโยบายในการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทและบริษัทย่อยให้มีคุณภาพ บนพื้นฐานของการกำกับดูแลที่ดีและโปร่งใส เพื่อให้นักลงทุน ผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยได้
ท้ายสุดนี้ คณะกรรมการบริษัทใคร่ขอขอบคุณลูกค้า ผู้ถือหุ้น คู่ค้า ผู้ถือหุ้นกู้ ธนาคารและสถาบันการเงิน พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนบริษัทและบริษัทย่อยด้วยดีเสมอมา และได้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการสร้างความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจให้แก่บริษัทและบริษัทย่อยมาในโอกาสนี้กลับด้านบน
พลตำรวจเอก
 |
 |
(เภา สารสิน)
ประธานกรรมการ |
(นาย รัตน์ พานิชพันธ์)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ |